Showing posts with label เมืองเพนียด. Show all posts
Showing posts with label เมืองเพนียด. Show all posts

Thursday, September 13, 2018

เพนียด นครโบราณพันปีที่เมืองจันท์



ภาคภูมิ น้อยวัฒน์...เรื่องและภาพ
ตีพิมพ์ในคอลัมน์รายงานพิเศษ อนุสาร อ.ส.ท. เดือนตุลาคม ๒๕๖๑

โครงการเผยแพร่มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยกรมศิลปากร จัดกิจกรรมนำสื่อมวลชนจากหลากหลายสาขา ร่วมเดินทางทัศนศึกษาในหัวข้อ เล่าเรื่องเมืองโบราณพันปี “จันทบุรี” ดินแดนยุทธศาสตร์ชาติไทย” ในระหว่างวันที่ ๑๖ – ๑๗ สิงหาคมที่ผ่านมา

คณะทัศนศึกษาในครั้งนี้นำโดยนายเมธาดล วิจักขณะ รองอธิบดีกรมศิลปากร จุดหมายหลักอยู่ที่ศึกษาดูงานแหล่งโบราณคดีและโบราณสถาน โดยเฉพาะการดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนาเพื่อส่งเสริมศักยภาพเมืองเพนียด จังหวัดจันทบุรี  หลังจากโบราณสถานแห่งนี้ไม่ได้ดำเนินงานขุดค้นและศึกษาด้านโบราณคดีมานานกว่า ๒๐ ปีแล้ว


              เมืองเพนียดเป็นนครโบราณอายุมากกว่าพันปี สำรวจพบครั้งแรกโดยสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพาทิศเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๖-๒๔๔๖ กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๘  ลักษณะผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมรอบด้วยคันดิน ขนาดพื้นที่ประมาณ ๑,๖๐๐ ไร่  ทำเลติดกับเชิงเขาสระบาป มีลำน้ำคลองนารายณ์ไหลมาจากภูเขา ผ่านเมืองลงสู่แม่น้ำจันทบุรีแล้วออกทะเลอ่าวไทย  

สิ่งยืนยันถึงความเก่าแก่ของเมืองเพนียดได้แก่ ศิลาจารึก และหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฏอยู่มากมาย  ศิลาจารึกสำคัญมีอยู่สามหลัก ได้แก่จารึกวัดทองทั่ว-ไชยชุมพล อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ จารึกเพนียด ๑ และจารึกเพนียด ๕๒ อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕   ส่วนหลักฐานทางศิลปกรรมที่น่าสนใจ คือทับหลังแบบถาลาบริวัตรในวัฒนธรรมขอมโบราณ สร้างขึ้นราวตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๒ อายุประมาณ ๑,๔๐๐ ปี ถือเป็นศิลปกรรมได้รับอิทธิพลจากอินเดียเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าเมืองเพนียดเป็นเมืองท่าติดต่อค้าขายใกล้ชิดกับอินเดีย มีบทบาทสำคัญสำคัญในการเชื่อมอารยธรรมจากอินเดียเข้าสู่ในภูมิภาคส่วนอื่น ๆ  
  


นักโบราณคดีคาดว่าเมืองเพนียดยังอาจเป็นชุมชนที่มีประวัติความเก่าแก่มากกว่า ๑,๔๐๐ ปี เนื่องจากยังขุดพบโบราณวัตถุกลองมโหระทึกที่มีอายุเก่าแก่มากกว่านั้นมาก คือร่วมสมัยกับเมืองออกแก้วในเวียดนามตอนใต้ ที่มีอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ ๖-๙   ทั้งยังอาจจะติดต่อกับเมืองท่าในสมัยศรีวิชัย ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วย  เนื่องจากเมืองเพนียดห่างจากอ่าวไทยเพียง ๒๐ กิโลเมตร เป็นจุดที่สะดวกในการติดต่อทำการค้าทางทะเล ในขณะที่ทางบกเชื่อมโยงเข้ากับภาคกลาง   


สำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี ได้ดำเนินงานโบราณคดีขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานด้านทิศเหนือที่เรียกกันว่า “คูเพนียด” ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๕๔๕  พบว่าเป็นสิ่งก่อสร้างลักษณะเหมือนสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองสระติดกัน กว้าง ๖๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร กรุด้วยศิลาแลง มีบันไดทางขึ้น ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา จึงได้สำรวจทำแผนผังพร้อมทั้งขุดแต่งโบราณสถานเมืองเพนียดอีกครั้ง พบโบราณวัตถุเพิ่มเติมอีกหลายชิ้นที่น่าสนใจ เช่น กระเบื้องกาบกล้วย กระเบื้องเชิงชาย และชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมอื่น ๆ  ที่ทำให้สันนิษฐานได้ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างใช้เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘  ไม่ใช่เพนียดหรือคอกช้างอย่างที่เรียกกันอย่างแน่นอน

ล่าสุดกรมศิลปากรมีแผนพัฒนาต่อเนื่องในช่วงปี ๒๕๖๒-๒๕๖๕  โดยจะทำการสำรวจตั้งแต่บริเวณเมืองเพนียดเบื้องล่างเชื่อมโยงขึ้นไปถึงบนยอดเขาสระบาป ซึ่งน่าจะมีความสัมพันธ์กันในเชิงพิธีกรรมความศักดิ์สิทธิ์  ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสำรวจหากำแพงเมืองและขุดแต่งบูรณะให้ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีโครงการความร่วมมือกับท้องถิ่น นำชาวบ้านที่อยู่รอบโบราณสถาน เข้ามาร่วมพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ต่อไป

ในส่วนของวัดทองทั่วซึ่งเป็นแหล่งเก็บรักษาโบราณวัตถุชิ้นสำคัญของเมืองเพนียดไว้จำนวนมาก ทางวัดได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ๓๐ ล้านบาท สำหรับการสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ จากหน่วยราชการท้องถิ่นซึ่งตระหนักถึงความสำคัญ  โดยมีกรมศิลปากรสนับสนุนในด้านการกำหนดอายุโบราณวัตถุ แนะนำการจัดแสดงให้ได้มาตรฐานสากล รวมทั้งมีแผนพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แห่งใหม่ของ จังหวัดจันทบุรีที่มีความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมในระดับภูมิภาคอาเซียน 

 คณะทัศนศึกษาได้เข้าเยี่ยมชมหน่วยงานของกรมศิลปากรส่วนภูมิภาคในจังหวัดจันทบุรี  ได้แก่ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี เดิมเป็นศาลาว่าการมณฑลจังหวัดจันทบุรีซึ่งประกอบด้วยเมืองจันทบุรี ระยอง และตราด สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๙  สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖  ปัจจุบันตัวอาคารมีอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี ระหว่างการบูรณะพบเอกสารจดหมายเหตุเก่าแก่สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๑ และสงครามโลกครั้งที่ ๒ จำนวนมาก ได้รับการเสนอยูเนสโกให้เป็นมรดกความทรงจำของโลก  และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี แหล่งเก็บรักษาและอนุรักษ์โบราณวัตถุที่ได้จากการขุดค้นใต้ทะเล พร้อมชมการสาธิตการปฏิบัติงานโบราณคดีใต้น้ำด้วยอุปกรณ์อันทันสมัย ณ สระฝึกอบรมและทดสอบการดำน้ำ “เดชพิรุฬห์”


 นอกจากนี้ยังเข้าชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ค่ายตากสิน ในบริเวณค่ายตากสิน ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยฝรั่งเศสเข้ายึดเมืองจันทบุรี จัดแสดงพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และนิทรรศการความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส จัดแสดงไว้อย่างเป็นหมวดหมู่น่าสนใจ  และอาสนวิหารพระนางมารีอาปฎิสนธินิรมล จันทบุรี โบสถ์คริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก อายุกว่าร้อยปี  ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมและการตกแต่งอลังการตระการตา
สนใจชมภาพถ่ายและวิดิทัศน์การเดินทางทัศนศึกษาในหัวข้อ เล่าเรื่องเมืองโบราณพันปี จันทบุรี ดินแดนยุทธศาสตร์ชาติไทย” เพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/osotho