Showing posts with label ๑๐๓ปีกรมศิลปากร. Show all posts
Showing posts with label ๑๐๓ปีกรมศิลปากร. Show all posts

Tuesday, May 20, 2014

อนุสาร อ.ส.ท.ร่วมรับประกาศนียบัตร ในงาน ๑๐๓ ปีแห่งการสถาปนากรมศิลปากร


“เกียรติมุข” รายงาน
ตีพิมพ์ครั้งแรกในอนุสาร อ.ส.ท. ปีที่ ๕๔ ฉบับที่ ๑๐ ประจำเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๗ 

นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากรเป็นประธานในพิธีเปิดงานและการจัดกิจกรรมเนื่องในวันสถาปนากรมศิลปากร ประจำปี ๒๕๕๗ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มีนาคมที่ผ่านมา  บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พร้อมมอบประกาศนียบัตรและของที่ระลึกให้กับสื่อมวลชนในสาขาต่าง ๆ ที่ได้ช่วยเผยแพร่ข้อมูลในด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยมีนายภาคภูมิ น้อยวัฒน์ บรรณาธิการฝ่ายภาพอนุสาร อ.ส.ท. เป็นตัวแทนของอนุสาร อ.ส.ท.เข้ารับมอบประกาศนียบัตรจากอธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะสื่อสิ่งพิมพ์ที่ได้นำเสนอเรื่องราวภารกิจการดำเนินงานของกรมศิลปากรในด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด



บริเวณลานโดยรอบพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ยังเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเที่ยวชมงาน ระหว่างวันที่ ๒๗ ๒๙ มีนาคม ซึ่งภายในงานมีการออกร้านโดยหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากรจากทั่วประเทศ แบ่งเป็นนิทรรศการจัดแสดงผลงาน  ร้านหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าจากหลากหลายท้องที่ รวมทั้งผลิตภัณฑ์และสินค้าที่ระลึกทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นต่าง ๆ  จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ  เช่น เครื่องเงิน เครื่องปั้นสังคโลก ผ้าทอพื้นเมือง และอาหารพื้นเมือง ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ชื่นชอบด้านศิลปวัฒนธรรมแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมตลอดเวลาตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย






กรมศิลปากรสถาปนาขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๔ โดยทรงรวมงานช่างประณีตศิลป์จากกรมโยธา กระทรวงโยธาธิการเข้ากับกรมพิพิธภัณฑ์จากกระทรวงธรรมการ ตั้งขึ้นเป็นกรมศิลปากร และต่อมาได้โปรดให้โอนกรมช่างมหาดเล็กจากกระทรวงวังเข้ามารวมอยู่ด้วย  ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ได้โปรดให้รวมกรมศิลปากรเข้ากับหอสมุดสำหรับพระนคร แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นราชบัณฑิตยสภา กระทั่งปีพ.ศ. ๒๔๗๖ จึงได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งกรมศิลปากรขึ้นมาอีกครั้งโดยรวมงานนาฏศิลป์และดุริยางคศิลป์ในราชสำนัก สังกัดกรมต่าง ๆ  ได้แก่ กรมโขน กรมหุ่น กรมรำโคม กรมปี่พาทย์ และกรมแตรสังข์ ที่เรียกโดยรวมว่ากรมมหรสพ สังกัดกรมมหาดเล็ก กระทรวงวัง มาเป็นกองในสังกัดกรมศิลปากรด้วย 



ปัจจุบันกรมศิลปากรจึงเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่หลักในการทำนุบำรุงรักษา อนุรักษ์ ฟื้นฟู ส่งเสริม และสร้างสรรค์ ศิลปวัฒนธรรมของชาติในทุกสาขาให้ยั่งยืนอย่างสง่างาม โดยล่าสุดทางกรมศิลปากรได้มีการปรับรูปแบบภารกิจเพื่อรองรับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่รัฐบาลได้กำหนดขึ้นในปีพ.ศ. ๒๕๕๖โดยนำผลงานที่เกิดจากภารกิจทำนุบำรุงอนุรักษ์ฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเพื่อให้เกิดประโยชน์ในแง่เศรษฐกิจแก่ชุมชนใกล้เคียง มีการเรียนรู้ สร้างภูมิปัญญาในการอนุรักษ์และสร้างสรรค์มรดกทางวัฒนธรรมให้มีคุณค่ากับชุมชนตลอดไป



โครงการนำร่องที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของกรมศิลปากรในปีพ.ศ. ๒๕๕๗เบื้องต้นกำหนดไว้  ๕ โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาเมืองวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวสุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร โครงการพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โครงการพัฒนาเกาะเกร็ดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชีวิตและอัตลักษณ์ลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง และโครงการพัฒนาโรงแรมในสถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งโครงการต่าง ๆ เหล่านี้อนุสาร อ.ส.ท. จะได้ติดตามความคืบหน้านำมาเสนอในโอกาสต่อไป