Showing posts with label เพชรบุรี. Show all posts
Showing posts with label เพชรบุรี. Show all posts

Thursday, November 15, 2018

ล่องเรืออ่าวรูปตัว ก. รอดูวาฬบรูด้า

 วาฬบรูด้าโผล่ขึ้นเหนือน้ำ (คมฉาน ตะวันฉาย...ภาพ)


ภาคภูมิ น้อยวัฒน์...รายงาน   
ตีพิมพ์ครั้งแรกในอนุสารอ.ส.ท. ฉบับเดือนธันวาคม ๒๕๖๑

อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ผู้บริหาร ผู้เชียวชาญ และคณะสื่อมวลชนที่ร่วมเดินทาง

            กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนายสมหมาย เตชวาล รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี คณะผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรธรณี และคณะสื่อมวลชนหลากหลายสาขา ร่วมเดินทางในกิจกรรม “ทัศนศึกษาดูงานด้านธรณีวิทยา และทรัพยากรธรณี บริเวณอ่าวไทยรูปตัว ก. รอดูบรูด้า” ณ ปากแม่น้ำบางตะบูน จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๖ ตุลาคมที่ผ่านมา

 รองอธิบดีบรรยายข้อมูลอ่าวไทยรูปตัว ก. ให้กับสื่อมวลชน

อ่าวรูปตัว ก.ไก่ ถือเป็นส่วนหนึ่งของที่ราบลุ่มเจ้าพระยา เป็นบริเวณที่แม่น้ำสำคัญ ๕ สายไหลออกจาก ๖ จังหวัดลงสู่อ่าวไทย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านจังหวัดสมุทรปราการ และเขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ  แม่น้ำบางปะกงไหลผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา แม่น้ำท่าจีนไหลผ่านอำเภอมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร แม่น้ำแม่กลองไหลผ่านจังหวัดสมุทรสงคราม และแม่น้ำเพชรบุรีไหลผ่านอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

เมื่อแม่น้ำทั้งห้าสายหลักไหลมารวมกันที่อ่าวไทยรูปตัว ก.ก็ได้พัดพาเอาตะกอนแร่ธาตุลงจากภูเขาและแผ่นดินบนทางที่ผ่านออกมาทับถมสะสมกันในอ่าว เกิดเป็นหาดเลนหรือ“ทะเลตม”ขึ้น  รวมทั้งยังทำให้พื้นที่อ่าว ก.ไก่ มีสภาพเป็นที่รวมน้ำสามชนิด ได้แก่ น้ำเค็ม น้ำกร่อย และน้ำจืด ล้วนมีคุณประโยชน์ต่อทั้งคน สัตว์ และพืช ทำให้เป็นแหล่งกุ้ง หอย ปู ปลา นกทะเล และป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ 

จึงไม่น่าแปลกใจที่บริเวณอ่าวไทยรูปตัว ก. เป็นแหล่งอาหารทะเลขึ้นชื่อ ไม่ว่าจะเป็นปลาทูแม่กลอง   ปลาสลิดบางบ่อ   ปลากะพงขาวบางปะกง ปลาช่อนแปดริ้ว เมืองฉะเชิงเทรา  หอยแครงอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี หอยหลอดดอนหอยหลอด อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสงคราม  หอยแมลงภู่อำเภอคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ ฯลฯ

 วาฬบรูด้าแม่ลูก ว่ายน้ำคู่เคียงกัน

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีฝูงวาฬบรูด้า ที่เข้ามาหากินในทะเลอ่าวไทยรูปตัว ก. บริเวณพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ช่วงตั้งแต่ตำบลบางตะบูน ตำบลบางแก้ว ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ตำบลหาดเจ้าสำราญ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี  ในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก แต่ละปีเมื่อถึงช่วงเทศกาล จะมีนักท่องเที่ยวสนใจเช่าเหมาเรือเพื่อออกไปชมวาฬบรูด้ากันอย่างคึกคัก
  
 รอดูบรูด้าโผล่ขึ้นเหนือน้ำ

วาฬบรูด้าหรือวาฬแกลบ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ วาฬบรูด้าที่พบในประเทศไทยถือได้ว่าเป็นฝูงวาฬซึ่งหากินใกล้กับนครหลวงของประเทศมากที่สุดในโลก  เป็นดัชนีชี้วัดถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรใต้ท้องทะเลไทยได้อย่างดี โดยฝูงวาฬบรูด้าเหล่านี้ถือว่าเป็นสัตว์ประจำถิ่นอ่าวไทยไปแล้ว ประมาณการว่ามีจำนวนประชากรวาฬบรูด้าอยู่ในราว ๓๕ ตัว เป็นแหล่งอาศัยและศึกษาเกี่ยวกับวาฬบรูดาแหล่งใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย

 วาฬบรูด้าเป็นสัตว์ทะเลหายากขนาดใหญ่ลำดับต้น ๆ ของน่านน้ำไทย

ปัญหาสำคัญของอ่าวไทยรูปตัว ก. ในปัจจุบันนี้ก็คือเกิดการกัดเซาะชายฝั่งขึ้นโดยทั่วไป ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากดินตะกอนที่ปกติจะถูกพัดพามากับแม่น้ำหลักทั้งห้าสายลดจำนวนลงอย่างมาก โดยปัจจุบันเหลือเพียงแม่น้ำเพชรบุรีสายเดียวที่ยังพัดพาตะกอนลงมายังอ่าวไทยรูปตัว ก. มากที่สุด เนื่องจากในแม่น้ำอีกสี่สายมีการสร้างเขื่อนกั้นในแม่น้ำและมีการดูดทรายจากในแม่น้ำไปขายกันมาก เป็นเหตุให้เกิดมีการกัดเซาะชายฝั่ง จากการขาดสมดุลระหว่างน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นกับปริมาณตะกอนจากแม่น้ำที่ลดลง

ชมภาพถ่ายและวิดิทัศน์กิจกรรม “ทัศนศึกษาดูงานด้านธรณีวิทยา และทรัพยากรธรณี บริเวณอ่าวไทยรูปตัว ก. รอดูบรูด้า” เพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/osotho



Friday, September 6, 2013

โครงการอบรมนักเขียนและช่างภาพสารคดีท่องเที่ยว อ.ส.ท. ประจำปี ๒๕๕๖

ภาคภูมิ น้อยวัฒน์...รายงาน เพชร แก้วเขียว เสาวนีย์ สมบูรณ์...ภาพ
ตีพิมพ์ครั้งแรกใน อนุสาร อ.ส.ท. ปีที่ ๕๔ ฉบับที่ ๒ เดือนกันยายน ๒๕๕๖


สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีอีกครั้งสำหรับโครงการอบรมนักเขียนและช่างภาพสารคดีของอนุสาร อ.ส.ท.  ประจำปี ๒๕๕๖    

อนุสาร อ.ส.ท. จัดให้มีโครงการอบรมนักเขียนและช่างภาพสารคดีสำหรับบุคลภายนอกที่สนใจ ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี ๒๔๕๓ ในวาระครบรอบ ๕๐ ปี อนุสาร อ.ส.ท. เพื่อสร้างนักเขียนและช่างภาพสารคดีท่องเที่ยวมาตรฐาน  ส่งเสริมการสร้างสรรค์สารคดีท่องเที่ยวให้มีเนื้อหาน่าสนใจและมีข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมทั้งภาพประกอบสารคดีที่สวยงามดึงดูดใจ สำหรับเผยแพร่ในสื่อสิงพิมพ์และทางอินเตอร์เนต อย่างเว็บไซต์หรือบล็อกต่าง ๆ อันจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศให้เพิ่มมากขึ้น โดยจัดอบรมภาคทฤษฎีในกรุงเทพฯ ๑ วัน ฝึกภาคปฏิบัติในต่างจังหวัดเป็นเวลา ๓ วัน ๒ คืน เพื่อเก็บข้อมูลเขียนสารคดีและภาพถ่ายประกอบนำเสนอ เมื่อผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองจากอ.ส.ท.

        รุ่นแรกในปี ๒๕๕๓  นั้น แยกในส่วนนักเขียนและช่างภาพออกจากกัน จัดอบรมในต่างเวลาและต่างสถานที่ โดยกลุ่มผู้เข้าอบรมนักเขียนสารคดีเดินทางไปฝึกเก็บข้อมูลภาคสนามกันที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และลำน้ำเข็ก จังหวัดพิษณุโลก ในขณะที่กลุ่มผู้เข้าอบรมช่างภาพ เดินทางไปฝึกถ่ายภาพภาคสนามกันที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์
        
        รุ่นที่ ๒ ในปี ๒๕๕๔ ทางอ.ส.ท.มีการปรับปรุงรูปแบบในการอบรมใหม่ จัดอบรมนักเขียนและช่างภาพร่วมกัน เพื่อให้ผู้ร่วมโครงการฯ ได้มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานร่วมกันเหมือนในสถานการณ์จริง โดยในครั้งนี้ได้จัดให้ออกฝึกปฏิบัติงานภาคสนามที่จังหวัดสุโขทัย ซึ่งปรากฏว่าการฝึกร่วมกันอย่างเข้มข้นใกล้ชิดระหว่างผู้เข้าอบรมนักเขียนและช่างภาพได้ผลดี จนกระทั่งเกิดการรวมตัวกันก่อตั้งขึ้นเป็นเครือข่ายชุมชนบนเฟซบุ๊กในนามของกลุ่ม SEAL อ.ส.ท. ซึ่งเป็นตัวย่ออันมีที่มาจากคำในภาษาอังกฤษ S= Sukhothai E =Experience  A= Activity L=Learning  จัดกิจกรรมท่องเที่ยวถ่ายภาพพบปะสังสรรค์กันเองอย่างต่อเนื่อง


        
          หลังจากในปี ๒๕๕๕ อ.ส.ท.จำเป็นต้องเว้นการจัดอบรมไปหนึ่งครั้ง เนื่องจากถูกตัดงบประมาณ เพื่อนำไปใช้สมทบช่วยเหลือผู้ประสบมหาอุทกภัยปลายปี ๒๕๕๔  การอบรมครั้งนี้จึงถือเป็นรุ่นที่ ๓ โดยจัดอบรมภาคทฤษฎี ขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๗ กรกฏาคมที่ผ่านมา ณ  โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก หลังจากพิธีเปิดโดยบรรณาธิการบริหาร คุณปัญจมา มัณฑะจิตร ในช่วงเช้าเป็นการบรรยายรวม ปูพื้นฐานสารคดีท่องเที่ยวโดยคุณธีรภาพ โลหิตกุล นักเขียนเจ้าของรางวัลศรีบูรพา อดีตกองบรรณาธิการ อนุสาร อ.ส.ท.  จากนั้นในช่วงบ่ายจึงแบ่งเป็น ๒ ห้อง คือห้องนักเขียน ฟังบรรยายเรื่องการเก็บข้อมูลภาคสนามโดยคุณนิพัทธ์พร เพ็งแก้ว นักเขียนสารคดีมืออาชีพ ในขณะที่ห้องช่างภาพฟังบรรยายเทคนิคการถ่ายภาพท่องเที่ยว นำโดยบรรณาธิการ อ.ส.ท. คุณอภินันท์ บัวหภักดี  พร้อมช่างภาพมือฉมังของ อ.ส.ท.อย่าง คุณนพดล กันบัว คุณเกรียงไกร ไวยกิจ และคุณอดุลย์ ตัณฑโกศัย


            ส่วนการฝึกปฏิบัติภาคสนามที่จังหวัดเพชรบุรี เดินทางระหว่างวันที่ ๑๒-๑๔ กรกฎาคม ในวันแรกช่วงเช้าเริ่มต้นด้วยการเยี่ยมชมเก็บข้อมูลและถ่ายภาพในบริเวณพระราชนิเวศมฤคทายวัน  พระราชวังไม้สักทองทั้งหลังตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของพรรณไม้ร่มรื่นและหาดทรายขาวนวลของอำเภอชะอำ ตามด้วยการฝึกการจัดแบบถ่ายภาพที่ถ้ำเขาหลวงในช่วงบ่าย ก่อนจะเปลี่ยนบรรยากาศมาเดินเก็บข้อมูลและถ่ายภาพกันบนเส้นทางเดินท่องเที่ยวชมวัดในเมืองเพชรบุรี ไล่เรียงจากผลงานปูนปั้นอันวิจิตรที่วัดมหาธาตุ  พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดพลับพลาชัย ปูนปั้นในโบสถ์สองห้องของวัดไผ่ล้อม ไปสิ้นสุดที่วัดใหญ่สุวรรณารามอันเป็นวัดเก่าแก่มีมีสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยางดงาม ทั้งอุโบสถ ศาลการเปรียญและหอไตรกลางน้ำ


วันที่สองครึ่งวันเช้าคณะผู้เข้าอบรมเดินทางไปขึ้นเคเบิลคาร์สู่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรีหรือ “เขาวัง” ฝึกปฏิบัติเก็บข้อมูลท่ามกลางความงดงามของสถาปัตยกรรมที่กระจายตัวเรียงรายอยู่ตามเส้นทางที่ลดเลี้ยวไปตามความสูงชันลดหลั่นของยอดเขาใต้ร่มเขาของต้นลั่นทมที่แผ่กิ่งก้านสาขาร่มครึ้ม ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะเดินทางไปที่หมู่บ้านไทยพวนมาบปลาเค้า อำเภอท่ายาง ฝึกปฏิบัติการจัดถ่ายภาพชุดไทยพวนภายในบ้านที่จัดเตรียมไว้ รวมทั้งนอกสถานที่ท่ามกลางท้องทุ่งและทิวตาลในแสงสีทองของยามเย็น  โดยมื้อค่ำในวันนี้ผู้เข้าอบรมยังมีโอกาสร่วมมื้อเย็นพาแลงพื้นบ้านพร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมแบบไทยพวน ทั้งอิ่มท้องทั้งอิ่มตาอิ่มใจ
            




          วันสุดท้ายฝึกปฏิบัติเก็บข้อมูล ถ่ายภาพ กรรมวิธีการทำหลากหลายขนมหวานอันเลื่องชื่อของเมืองเพชรบุรีที่บ้านสงวนโพธิ์พระ ก่อนจะปิดท้ายรายการด้วยศิลปหัตถกรรมท้องถิ่นการปั้นปูนเมืองเพชรบุรีอันมีเอกลักษณ์อันโดดเด่นเฉพาะตัวที่บ้านอาจารย์ทองร่วง เอมโอษฐ์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ปี ๒๕๕๔ ชมขั้นตอนการทำปูนปั้นอย่างละเอียดที่ถ่ายทอดให้กับเยาวชนรุ่นหลังที่แวะเวียนเข้ามาทัศนศึกษาและทดลองการปั้นปูนด้วยตัวเอง

            หลังจากกลับจากภาคสนาม ๑ สัปดาห์เป็นช่วงเวลาสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานสารคดีร่วมกันระหว่างผู้เข้าอบรมที่เป็นนักเขียนและช่างภาพที่ต่างบอกกันเป็นเสียงเดียวกันว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และหลังจากส่งงานให้วิทยากรตรวจแล้วในวันที่  ๒๘ กรกฎาคมก็ถึงเวลาประชุมร่วมกันอีกครั้งเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ผลงาน  ณ ห้องเพชรชมพู โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ซึ่งผู้เข้าอบรมทุกคนต่างก็สร้างผลงานกันได้ดีเป็นที่พอใจของคณะวิทยากร ซึ่งเพื่อเป็นกำลังใจอนุสาร อ.ส.ท.ได้จัดประกวดผลงานกันในกลุ่มผู้เข้าอบรมด้วย


ผลปรากฏว่ารางวัลสารคดีท่องเที่ยวยอดเยี่ยม(เรื่องและภาพ) ได้แก่คุณปณต คูณสมบัติ นักเขียน และผศ.อัปสรสุดา ศิริพงศ์ ช่างภาพ จากสารคดีเรื่อง “ต้นตาลนำทางสู่ดินแดนแสนหวาน เพชรบุรี” โดยมีรางวัลงานเขียนยอดเยี่ยมได้แก่คุณพิชญา คงอุทัยกุล จากเรื่อง “ไปกะเลอ ไปเจอเพื่อนเหม่อเมืองเพชร”  และรางวัลภาพถ่ายยอดเยี่ยมได้แก่ คุณฐานะนันท์ สังข์นวล จากเรื่อง “รองเท้าเล่าเรื่อง” โดยผลงานรางวัลสารคดีท่องเที่ยวยอดเยี่ยมได้นำมาตีพิมพ์ลงในอนุสารอ.ส.ท. ฉบับเดือนกันยายนนี้ ด้วย  


  ชมภาพถ่าย วิดีโอคลิป บรรยากาศของการอบรมในโครงการฯ เพิ่มเติมได้ที่www.facebook.com/osotho