Showing posts with label ท่องเที่ยว. Show all posts
Showing posts with label ท่องเที่ยว. Show all posts

Wednesday, January 9, 2019

“KWAN PHAYAO” Application มิติมหัศจรรย์ของการท่องเที่ยวเมืองพะเยา



“ภาคภูมิ น้อยวัฒน์” ...รายงาน
ตีพิมพ์ครั้งแรกในอนุสาร อ.ส.ท. ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๒

จังหวัดพะเยาร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา จัดกิจกรรมทัศนศึกษาทดสอบแอพพลิเคชันที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ในชื่อว่า “KWAN PHAYAO” (กว๊านพะเยา) ภายใต้โครงการพัฒนากว๊านพะเยาอย่างยั่งยืน ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทยของรัฐบาล ซึ่งแอพพลิเคชันใหม่นี้จะนำพานักท่องเที่ยวไปพบกับอีกมิติหนึ่งของการเดินทางท่องเที่ยวในบริเวณกว๊านพะเยาที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสมาก่อน 



 ความโดดเด่นของแอพพลิเคชัน “KWAN PHAYAO” อยู่ที่การใช้เทคโนโลยี AR   Augmented Reality Technology  ที่สามารถผสมผสานระหว่างโลกความเป็นจริงกับโลกเสมือนจริงที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเข้าด้วยกัน ผ่านซอฟต์แวร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่าง ๆ  กลายเป็นภาพคู่ขนานบนโลกเสมือน (virtual world) ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของกว๊านพะเยาและชุมชนโดยรอบให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ด้วยตนเองในสถานที่จริง


 ในแอพพลิเคชันได้แบ่งแหล่งท่องเที่ยวในกว๊านพะเยาเป็น ๔ ประเภท ได้แก่ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ  นำเสนอความงดงามของทุ่งดอกบัวสายสีสวยที่สะพรั่งบาน นก และปลาชนิดต่าง ๆ ที่อาศัยในกว๊านพะเยาตามธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ นำเสนอโบราณสถานในกว๊านพะเยาและเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง เช่น ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อศิลา พระพุทธรูปหินทรายประธานที่วัดติโลกอาราม แหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมประเพณี นำเสนอกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การเวียนเทียนกลางน้ำในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา ที่วัดติโลกอาราม ซึ่งมีเอกลักษณ์ต่างจากวัดอื่น ๆ ตรงเวียนเทียนด้วยการนั่งอยู่บนเรือที่แจวไปรอบ ๆ ลานพระธาตุ เหนือตัววัดเดิมที่จมอยู่ใต้ผืนน้ำกว๊านพะเยา และแหล่งท่องเที่ยวตามเรื่องเล่าตำนาน นำเสนอเกี่ยวกับความเชื่อของท้องถิ่น ที่ว่ามีพญานาคอาศัยอยู่ในกว๊านพะเยา และประวัติความเป็นมาของพระเจ้าตนหลวง เป็นต้น


 คณะสื่อมวลชนได้ล่องเรือเพื่อทำทดสอบใช้งานแอพพลิเคชันในบริเวณกว๊านพะเยา ด้วยการดาวน์โหลดแอพพลิเคชันลงในสมาร์ตโฟนแล้วนำไปใช้จริง แอพพลิเคชันสามารถลงทะเบียนสมัครเข้าเป็นสมาชิกกว๊านพะเยา Society เพื่อโพสต์ภาพสถานที่ท่องเที่ยว รีวิว  และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวของพะเยา หรือจะใช้งานโดยไม่ต้องสมัครสมาชิกก็ได้

เมื่อเรือไปถึงแหล่งท่องเที่ยวซึ่งมีสัญลักษณ์ธงสีชมพู แล้วเข้าไปในแอพพลิเคชัน จะปรากฏภาพจำลองของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สถาปัตยกรรม และเรื่องราวตำนานความเชื่อ ในรูปแบบภาพเสมือนจริง ตั้งอยู่บนสถานที่จริงให้เห็น


ความน่าตื่นตาตื่นอยู่ตรงที่ภาพสามมิติถูกเชื่อมโยงเข้ากับสถานที่จริงด้วยดาวเทียมจีพีเอส เมื่อเรือเคลื่อนที่ภาพที่ปรากฏจะเปลี่ยนมุมมองไปตามระยะที่ตั้งอยู่อย่างสมจริง   ในหัวข้อแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติจะปรากฏทุ่งดอกบัวสีสวยสะพรั่งบาน พร้อมด้วยนกบินขวักไขว่ และปลากระโจนขึ้นมาจากผิวน้ำ

ในหัวข้อแหล่งท่องเที่ยวตามเรื่องเล่าตำนาน บริเวณจุดที่ชาวบ้านเชื่อว่ามีพญานาคอาศัยอยู่จะปรากฏภาพของพญานาคขนาดใหญ่เลื้อยออกมา เหมือนกับได้เห็นตัวจริงอยู่ตรงหน้า แอพพลิเคชันยังมีลูกเล่นสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ คือสามารถถ่ายภาพเซลฟี่คู่กับสถานที่ท่องเที่ยวเสมือนจริงในแอพพลิเคชันได้ด้วย


หลังการทดสอบในภาคสนาม นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร  ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาได้เดินทางมาพบปะสื่อมวลชน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ตัวแทนสื่อมวลชนได้ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยาอย่างยั่งยืน ณ ห้องเบญจรงค์ โรงแรมพะเยาเกทเวย์  

 แอพพลิเคชัน “KWAN PHAYAOW” เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานฟรีได้แล้ว ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา โดยสามารถใช้ได้กับสมาร์ตโฟนทั้งในระบบแอนดรอยด์ (Android) ซึ่งดาวน์โหลดได้จากGoogle Play และระบบ iOS  ซึ่งดาวน์โหลดได้จาก App Store




Friday, October 25, 2013

กล้าเที่ยวกลางฝน ท่องถนนสู่ “ศรีเทพ ศูนย์กลางความเจริญแห่งลุ่มน้ำป่าสัก”



ภาคภูมิ น้อยวัฒน์...รายงาน
ตีพิมพ์ครั้งแรกในอนุสาร อ.ส.ท.  

แม้ผืนฟ้าในยามเช้าจะมืดครึ้ม โปรยปรายด้วยละอองฝนไม่ขาดสายจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นวินเซนเต  แต่กระนั้นก็ไม่อาจหยุดยั้งคณะเดินทางในโครงการสื่อมวลชนสัญจร “ศรีเทพ ศูนย์กลางความเจริญแห่งลุ่มน้ำป่าสัก” ที่จัดขึ้นโดยกรมศิลปากร ในระหว่างวันที่ ๒๕-๒๗ กรกฏาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา รถบัสพาหนะคันใหญ่ฝ่าสายฝนและการจราจรอันสุดแสนจลาจล ออกจากหน้ากรมศิลปากร ถนนหน้าพระลาน กรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดเพชรบูรณ์ อย่างช้า ๆ แต่มุ่งมั่นและมีจุดหมาย นั่นคือการเดินทางเพื่อเรียนรู้

          อาจเพราะด้วยแรงอธิษฐานของวิทยากรประจำรถ ที่บรรยายไปพลาง สวดอ้อนวอนไปพลางตลอดทาง ทำให้เทพยดาฟ้าดินเห็นใจ ฝนจึงพลันขาดเม็ดลงแทบจะทันใดเมื่อเดินทางถึงอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ  คณะสื่อมวลชนเข้าฟังบรรยายสรุปจากคุณพงศ์ธันว์ สำเภาเงิน หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ก่อนเยี่ยมชมศูนย์บริการข้อมูลของอุทยานฯ ซึ่งภายในจัดแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับนครโบราณแห่งนี้ไว้อย่างสวยงาม น่าสนใจ เพราะเรียงลำดับไปตามยุคสมัย เข้าใจได้ง่าย  


จากนั้นจึงพากันนั่งรถรางไฟฟ้า ลอดแนวอุโมงค์ต้นไม้เขียวชอุ่ม ออกไปตระเวนชมโบราณสถานภายในอาณาบริเวณเมืองใน ได้แก่ ธรรมจักรศิลากับโบราณสถานเขาคลังใน พุทธสถานอันงดงามด้วยปูนปั้นรูปคนแคระแบก ซึ่งเป็นหลักฐานความเจริญสมัยทวารวดี ปรางค์สองพี่น้องและปรางค์ศรีเทพ อันเป็นร่องรอยสถาปัตยกรรมร่วมสมัยเขมรโบราณ ปิดท้ายรายการด้วยการออกไปเยี่ยมชมโบราณสถานนอกเขตเมือง ทางด้านทิศเหนือของเมือง ได้แก่ ปรางค์ฤาษี  ศาสนสถานแบบเขมรโบราณอันงดงามอีกแห่ง ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางความร่มรื่นของแมกไม้ ในบริเวณวัดป่าสระแก้ว และอีกแห่งคือโบราณสถานเขาคลังนอก ฐานเจดีย์สมัยทวารวดีขนาดมหึมาที่โดยรอบประดับด้วยซุ้มปราสาทในรูปแบบศิลปะอินเดียแปลกตา

 โบราณสถานเขาคลังนอก

 ลายปูนปั้นเขาคลังใน อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ


ร่องรอยทั้งหมดทำให้เห็นถึงพัฒนาการของนครโบราณศรีเทพ ว่าเคยเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หรือประมาณ ๒,๐๐๐ ปีก่อน ดังปรากฏโครงกระดูก ๕ โครงในหลุมขุดค้นกลางศูนย์บริการข้อมูลฯ เป็นหลักฐานในยุคแรก ก่อนจะพัฒนาขึ้นเป็นชุมชนเมืองด้วยการรับอิทธิพลอารยธรรมเขมรโบราณจากอาณาจักรเจนละ ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๑ ดังปรากฏหลักฐานเป็นเทวรูปในยุคสมัยนี้อยู่หลายองค์  ส่วนในระยะที่ ๓ จะรับเอาความเจริญของวัฒนธรรมทวารวดีจากภาคกลางในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๖ และเมื่อวัฒนธรรมทวารวดีเสื่อมลง เมืองศรีเทพก็หันไปรับเอาอิทธิพลอารยธรรมขอมโบราณสืบต่อมาในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๗ กระทั่งถึงปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๘ จึงถูกทิ้งร้างไปโดยไม่ทราบสาเหตุ หลงเหลือเพียงร่องรอยความรุ่งเรืองทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

 วัดมหาธาตุ เพชรบูรณ์

 คณะทัศนศึกษาของเราพักแรมที่จังหวัดเพชรบูรณ์ในคืนแรก เพื่อตระเวนชมโบราณสถานภายในตัวเมืองในวันรุ่งขึ้น โดยเริ่มจากวัดมหาธาตุ พระอารามหลวง ในอำเภอเมืองฯ อันเป็นที่ตั้งของเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์แบบสุโขทัย สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. ๑๙๒๖ ซึ่งที่นี่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เดินทางมาต้อนรับคณะสื่อมวลชนด้วย  ต่อจากนั้นจึงเดินทางต่อไปสักการะองค์พระพุทธมหาธรรมราชา พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่อัญเชิญในพิธีอุ้มพระดำน้ำของจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประจำทุกปีที่วัดไตรภูมิ อารามสมัยกรุงศรีอยุธยาใจกลางเมือง อายุประมาณ ๔๓๔ ปี รวมทั้งชมแนวป้อมกำแพงเมืองโบราณสมัยอยุธยา และศาลหลักเมืองเพชรบูรณ์

ช่วงบ่าย หลังจากแวะชมภาพจิตรกรรมเก่าแก่ฝีมือช่างงดงาม เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับทศชาติ บนผนังอุโบสถที่วัดศรีมงคล(วัดนาทราย) ในอำเภอหล่มเก่าเป็นรายการสุดท้ายของวันแล้ว คณะก็เดินทางบนถนนอันคดเคี้ยว ข้ามขุนเขาอันสลับซับซ้อน และสวยงามด้วยทิวทัศน์ทะเลหมอก เพื่อมาเข้าพักแรมที่จังหวัดพิจิตร

วัดโพธิ์ประทับช้าง

โบราณสถานในจังหวัดพิจิตรเองมีอยู่หลายแห่ง แม้ในวันรุ่งขึ้นสายฝนจะยังโปรยปราย ทว่าคณะสื่อมวลชนของเราก็ไม่ย่อท้อ คงมุ่งหน้าไปยังวัดโพธิ์ประทับช้าง ซึ่งมีประวัติว่าเป็นสถานที่ประสูติสมเด็จพระเจ้าเสือ ซึ่งประจักษ์พยานคือพระวิหารสูงใหญ่ สถาปัตยกรรมแบบอยุธยาตอนปลาย ล้อมรอบด้วยปรางค์ราย และแนวกำแพง๒ ชั้น  ก่อนจะมุ่งหน้าไป ชมอุโบสถเก่าที่เคยประดิษฐานหลวงพ่อเพชรที่วัดนครชุม แล้วเดินเท้าสบาย ๆ  ใต้ร่มเงาแมกไม้เขียวขจี เข้าไปภายในอุทยานเมืองเก่าพิจิตรที่อยู่ติด ๆ กัน   ชมวัดมหาธาตุ เมืองพิจิตรเก่า ซึ่งกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๘

คณะทัศนศึกษา อำลาเมืองชาละวันด้วยการสักการะหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพิจิตร เดินทางฝ่าสายฝนกลับสู่กรุงเทพมหานคร พร้อมกับความประทับใจจากการได้พบได้เห็นเรื่องราวจากอดีตกาล ผ่านร่องรอยหลักฐานทางโบราณคดี ซึ่งทั่วเมืองไทยยังมีอยู่อีกมากมายที่รอคอยให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเรียนรู้ เพื่อความภาคภูมิใจในความเป็นมาของชาติ


สนใจสอบถามข้อมูลแหล่งโบราณคดีและโบราณสถานสำคัญในลุ่มน้ำป่าสักได้ที่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร โทรศัพท์ ๐ ๒๒๒๔ ๒๐๕๐ และ ๐ ๒๒๒๔ ๔๗๐๒  ชมภาพถ่ายและวีดิทัศน์การเดินทางได้ที่ www.facebook.com/osotho